สำหรับธุรกิจ B2B ที่มีทีมขายอยู่แล้ว ตอนนี้รับ Pilot 3 บริษัท
Marketing บอกว่า Lead เพิ่ม แต่ทำไม Sales ยังปิดการขายไม่ได้?
Every Baht, Traced to Revenue.
ผมเชื่อมการตลาดเข้ากับทีมขาย ตั้งแต่กำหนดลูกค้าที่ใช่ คัดกรอง Lead จนถึงวัดว่า Lead ไหนกลายเป็นโอกาสขายจริง
ขอประเมิน 30 นาที
รายงานการตลาด เดือน ต.ค.
วันนี้
เมื่อมีระบบ
Facebook ให้ Lead เยอะที่สุด ดูเหมือนคุ้มที่สุด แต่สองคอลัมน์ขวายังไม่มีใครรู้
ตัวเลขตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้า
Jay Thanaphat ผู้ก่อตั้ง SEN
ก่อนวางระบบ ผมไปนั่งฟังเจ้าของธุรกิจ B2B ก่อน และได้ยินเรื่องเดิมซ้ำๆ
"ข้อมูลองค์กรเป็นความลับธุรกิจ ต้องเห็นภาพก่อนว่าแต่ละข้อมูลจะเอาไปใช้ทำอะไร"
ผู้บริหาร เอเจนซี่การตลาดที่ทำงานกับธุรกิจพรีเมียม
ระบบที่ดีต้องบอกได้ตั้งแต่วันแรก ว่าเก็บข้อมูลอะไร เอาไปใช้ทำอะไร และใครเห็น
"ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากคนรู้จัก"
สิ่งที่ผมเห็นซ้ำในธุรกิจที่ขายให้ลูกค้าระดับบน
งานดีแค่ไหน ยอดเดือนนี้ก็ยังขึ้นกับว่ามีคนแนะนำมาหรือเปล่า ยังไม่มีช่องทางที่คาดการณ์ได้
ผมเลยสร้าง SEN เพื่อเชื่อมการตลาดเข้ากับทีมขาย ให้เห็นว่างบที่ลงไปกำลังสร้างโอกาสขายจริงหรือเปล่า โดยข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ในบัญชีของคุณเอง
เหมาะกับบริษัทที่ขายได้อยู่แล้ว แต่ระบบหาลูกค้าใหม่ยังโตไม่ทันทีมขาย
มีสินค้าหรือบริการที่ลูกค้ายอมจ่ายจริง และมีผลงานอยู่แล้ว
มีทีมขาย หรือคนที่รับผิดชอบติดตามและปิดการขายชัดเจน
ลูกค้าใหม่ยังมาจากคนรู้จัก ลูกค้าเก่า หรือที่ทีมขายหาเอง
การตลาดกับการขายยังไม่มีนิยาม "Lead ที่ดี" และตัวชี้วัดที่ตรงกัน
อยากได้โอกาสขายเพิ่ม ไม่ใช่แค่จำนวนฟอร์มหรือยอดคลิก
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ระบบนี้ได้: บริการ B2B (ที่ปรึกษา, IT Service, Logistics, เอเจนซี่), โรงงานและผู้จัดจำหน่าย, Tech และ Software สำหรับองค์กร
ยังไม่เหมาะ ถ้ายังหา Product-Market Fit อยู่ หรือยังไม่มีคนรับ Lead ไปปิดการขายต่อ
ตอนนี้คุณอาจลงทุนหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้ต่อถึงทีมขาย
แต่ละอย่างไม่ได้ผิด แค่ยังทำงานแยกกัน เลือกดูทีละอย่างว่าอะไรหลุดไป และระบบที่เชื่อมกันช่วยตรงไหน
Pipeline System
จากโฆษณาที่ได้แค่ Lead สู่โอกาสขายที่ทีมขายปิดได้
เชื่อมข้อมูลตั้งแต่โฆษณาจนถึง CRM เพื่อให้เห็นแหล่งที่มา คุณภาพของ Lead และผลการขายชัดขึ้น
หาให้ชัดว่าควรโฟกัสลูกค้าคนไหน วิเคราะห์ ICP ร่วมกับทีมขาย ว่าลูกค้าที่มีโอกาสซื้อจริงเป็นใคร และอะไรทำให้เขาตัดสินใจ
สร้างทางให้คนที่ใช่เข้ามาติดต่อ โฆษณา ข้อความ และ Landing Page ที่ออกแบบให้ตรงกับปัญหาและวิธีซื้อของลูกค้า
คัดกรอง แล้วส่งต่อให้ทีมขาย ต่อเข้า CRM พร้อมเกณฑ์ Qualified Lead ที่การตลาดและทีมขายเห็นตรงกัน
ติดตามผล แล้วปรับจากข้อมูลการขาย ดูว่า Lead ไหนกลายเป็นนัดคุย โอกาสขาย และยอดขาย แล้วนำข้อมูลกลับไปปรับแคมเปญ
ดูรายละเอียด 8 จุดที่ผมเชื่อม
1 ICP กำหนดให้ชัดว่าลูกค้าที่ใช่คือใคร อุตสาหกรรมไหน ขนาดเท่าไหร่ ใครเป็นคนตัดสินใจ
วัดผล: สัดส่วน Lead ที่ตรง ICP
2 โฆษณา / Traffic เก็บคนที่กำลังหาทางออกอยู่แล้วก่อน แล้วค่อยขยายไปสร้างความต้องการใหม่
วัดผล: ต้นทุนต่อผู้เข้าชมที่ตรงกลุ่ม
3 Landing Page พูดภาษาของคนตัดสินใจ ตอบข้อกังวลก่อนเขาถาม และคัดคนที่ไม่ใช่ออกตั้งแต่หน้าแรก
วัดผล: Conversion ของคนที่ตรงกลุ่ม
4 Lead เก็บเฉพาะข้อมูลที่ใช้คัดกรองจริง แล้วส่งต่ออัตโนมัติทันที
วัดผล: ความครบของข้อมูล และเวลาส่งต่อ
5 Qualified Lead ตั้งเกณฑ์ร่วมกับทีมขาย การตลาดกับการขายจะได้ใช้คำว่า "Lead ที่ดี" ในความหมายเดียวกัน
วัดผล: CPQL (ต้นทุนต่อ Lead ที่ตรงกลุ่ม)
6 CRM Lead เข้า CRM พร้อมบริบทครบ มีเจ้าของชัด มีนัดติดตาม ไม่หลุดมือ
วัดผล: เวลาที่ใช้ติดต่อกลับ และอัตราที่ติดต่อได้
7 Sales Opportunity ทีมขายได้คุยกับคนที่มีปัญหา มีงบ และมีอำนาจตัดสินใจ
วัดผล: จำนวนและมูลค่าดีลใหม่
8 ยอดขาย เชื่อมยอดขายกลับไปหาช่องทางต้นทางเท่าที่ข้อมูลทำได้ แล้วส่งสัญญาณกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณาหาคนแบบนี้เพิ่ม
วัดผล: รายได้ และต้นทุนหาลูกค้าต่อช่องทาง
สิ่งที่คุณจะเห็นทุกสัปดาห์
หน้าตาของ Dashboard และการส่งต่อ Lead ที่ทีมคุณจะได้ใช้จริง ตัวเลขในส่วนนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้า
Dashboard รายสัปดาห์
ตัวอย่าง
งบโฆษณา ฿125,000
Qualified Lead 62 จาก 416 Lead
CPQL ฿2,016
ได้ดีล 7
จาก Lead ถึงดีล
Lead 416
Qualified Lead 62
ติดต่อใน 48 ชม. 58
นัดคุย 21
ได้ดีล 7
แยกตามช่องทาง
ช่องทาง Qualified Lead CPQL ได้ดีล
Google Ads 31 ฿1,935 4
Facebook Ads 9 ฿4,444 0
LinkedIn 22 ฿1,136 3
ข้อสังเกตประจำสัปดาห์: LinkedIn ได้คนตรงกลุ่มถูกที่สุด เสนอย้ายงบจาก Facebook มาเพิ่ม
เส้นทางของ Lead หนึ่งคนใน CRM
ตัวอย่าง
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัทผลิตชิ้นส่วน 120 คน
เกรด A มาจาก LinkedIn · แคมเปญ "ลดต้นทุนจัดซื้อ"
เข้ามาใหม่
ผ่านเกณฑ์
ติดต่อแล้ว
นัดคุย
ส่งข้อเสนอ
ปิดได้ / ไม่ได้
วันที่ 1, 09:12 กรอกฟอร์มจาก Landing Page ระบบบันทึกแหล่งที่มาให้อัตโนมัติ
วันที่ 1, 09:12 ระบบให้เกรด A ตามเกณฑ์ที่ตกลงกับทีมขาย
วันที่ 1, 09:13 แจ้งเตือนเจ้าของ Lead ในทีมขาย พร้อมข้อมูลครบในที่เดียว
วันที่ 1, 10:40 ทีมขายโทรกลับ ภายใน 48 ชั่วโมง
วันที่ 4 นัดคุยกับผู้ตัดสินใจ
วันที่ 12 ส่งใบเสนอราคา บันทึกเป็นโอกาสขาย ฿480,000
สร้างบนเครื่องมือที่คุณใช้อยู่ เช่น Google Sheets, Looker Studio หรือ CRM ของคุณ ไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่ และทุกอย่างยังอยู่ในบัญชีของคุณ
ยังไม่มี Case Study ของระบบเต็ม แต่งานที่ส่งมอบแล้ว เปิดดูได้เลย
Landing Page เป็นชิ้นหนึ่งของระบบ นี่คืองานจริงที่ผมเคยทำให้ลูกค้า ส่วนผลลัพธ์ตั้งแต่โฆษณาถึงโอกาสขาย คือสิ่งที่ Pilot รอบนี้จะพิสูจน์
The Gate
บริการรถหรูพร้อมคนขับ
เปิดรถและราคาแต่ละรุ่นให้เห็นชัด แล้วพาคนที่พร้อมไปจองผ่าน LINE ได้ทันที
เปิดดูเว็บจริง
C.P. Law & Biz
สำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาธุรกิจ
ตอบเรื่องขั้นตอนและค่าใช้จ่ายไว้ก่อนคุย และมีปุ่มปรึกษาทนายความด่วนให้ติดต่อได้ทันที
เปิดดูเว็บจริง
Lead ถูก อาจเป็น Lead ที่แพงที่สุด
CPL คือต้นทุนต่อคนที่กรอกฟอร์ม CPQL คือต้นทุนต่อคนที่ตรงกลุ่มลูกค้าจริง ผมดูทั้งสองตัว เพื่อให้รู้ว่าโฆษณากำลังสร้างโอกาสขายจริง หรือแค่ได้ฟอร์ม
แคมเปญ A
฿100,000 ได้ 200 Lead CPL ฿500 ดูถูก แต่ตรงกลุ่มแค่ 10 คน
CPQL ฿10,000
แคมเปญ B
฿100,000 ได้ 80 Lead CPL ฿1,250 ดูแพง แต่ตรงกลุ่ม 40 คน
CPQL ฿2,500
ตัวเลขตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ผลงานของลูกค้า
รับ 3 บริษัท ทดลองระบบ 90 วัน ไม่มีค่าวางระบบจนกว่าจะได้ดีลแรก
ผมยังไม่มี Case Study ของระบบเต็มที่เปิดเผยได้ ผมเลยไม่ขอให้คุณเชื่อจากคำพูด แต่ขอพิสูจน์ด้วยการลงมือกับบริษัทจริง 3 บริษัท โดยตกลงขอบเขต ตัวชี้วัด และความรับผิดชอบกันให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่ม
สิ่งที่ผมทำให้
เข้าไปนั่งฟังทีมขายของคุณจริงๆ ว่าลูกค้าแบบไหนปิดง่าย แบบไหนเสียเวลา
นิยาม ICP และเกณฑ์ "Lead ที่ดี" ร่วมกับทีมขาย
Landing Page และฟอร์มคัดกรอง
แคมเปญเริ่มต้น เก็บคนที่กำลังหาอยู่ก่อน
ต่อ Lead เข้า CRM พร้อมนัดติดตาม
Dashboard ตั้งแต่โฆษณาจนถึงโอกาสขาย
สรุปผลและปรับระบบร่วมกันทุกสัปดาห์
สิ่งที่คุณจ่าย
ค่าวางระบบช่วง Pilot 0 บาท จนกว่าจะได้ดีลแรกจากระบบ
ค่าโฆษณาและเครื่องมือ บริษัทจ่ายตรงให้แพลตฟอร์มเอง ตามที่ตกลงกันก่อนเริ่ม ผมไม่ถือเงินของคุณ
หลังได้ดีลแรก ค่อยตกลงค่าบริการสำหรับการดูแลต่อ ตอนที่คุณเห็นแล้วว่าระบบได้ผลจริง
กติกาที่ตกลงกันให้ชัดก่อนเริ่ม
ระยะเวลา 90 วัน
"ดีลแรก" คืออะไร ลูกค้าของคุณเซ็นสัญญาที่จะจ่ายเงิน จาก Lead ที่ระบบหามา
ถ้ารอบการขายยาวกว่า 90 วัน วัดผลจาก Qualified Lead ที่เพิ่มขึ้น เทียบกับก่อนเริ่ม Pilot แล้วสรุปร่วมกันว่าจะไปต่อแบบไหน
ติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง ทีมขายติดต่อ Qualified Lead ครั้งแรกภายใน 48 ชั่วโมง Lead ที่ไม่ได้ติดต่อตามเวลานี้ จะไม่นับเป็นผลของระบบ
3 ที่นี้ ผมจะเลือกบริษัทที่
ขายได้จริงแล้ว มีลูกค้าที่พอใจอยู่
มีผู้รับผิดชอบรับ Lead ติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง และรายงานผลการขาย
พร้อมใช้งบโฆษณาของตัวเอง
ยอมให้ผมนั่งคุยกับทีมขาย และนำผลลัพธ์ไปเล่าเป็น Case Study ได้
3 จาก 3 ที่ยังว่าง
เปิดรับสูงสุด 3 บริษัทในรอบนี้ เพราะผมทำเองทุกบริษัท และเข้าไปนั่งกับทีมขายด้วยตัวเอง รับมากกว่านี้ งานจะไม่ดีพอให้เป็น Case Study ได้
ขอประเมิน 30 นาที
ข้อมูลของคุณ อยู่ในบัญชีของคุณ
ก่อนเริ่ม คุณจะเห็นชัดว่าผมขอข้อมูลอะไร เอาไปใช้ทำอะไร และใครเห็นบ้าง
ทุกอย่างสร้างในชื่อบริษัทคุณ บัญชีโฆษณา ฟอร์ม CRM และ Dashboard เป็นของคุณตั้งแต่วันแรก
ผมได้สิทธิ์แบบ Partner คุณถอนสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ และจบ Pilot แล้วถอนได้ทันที
ขอเฉพาะข้อมูลที่ระบบต้องใช้ เกณฑ์ลูกค้าที่ใช่ สิทธิ์บัญชีโฆษณา Lead ใหม่จากระบบ และสถานะของ Lead เหล่านั้น
เซ็น NDA ก่อนเริ่มงาน และ Case Study ต้องได้รับอนุมัติจากคุณก่อนเผยแพร่ ปิดชื่อลูกค้าของคุณได้
ก่อนจ้างใคร (รวมถึงผม) ถาม 5 ข้อนี้
"Lead ที่ดี" ของคุณคืออะไร? ถ้าเขาตอบไม่ได้ คุณจะได้ Lead ราคาถูกที่ทีมขายไม่อยากโทรหา
รายงาน CPQL หรือแค่ CPL กับยอดคลิก? ตัวเลขที่ดูดีอาจซ่อนต้นทุนจริงไว้
เก็บคนที่กำลังหาอยู่ก่อน หรือเริ่มจากสร้างการรับรู้? ทำผิดลำดับคือเผางบ
ทุกช่องทางวัดผลรวมกันไหม? หรือแยกเป็นงานชิ้นๆ ที่ไม่มีใครดูภาพรวม
ย้อนแคมเปญไปหายอดขายใน CRM ได้ไหม? ถ้าไม่ได้ คุณจะไม่มีวันรู้ว่าเงินไปสร้างอะไร
คำถามที่เจอบ่อย
ไม่มีค่าวางระบบจริงไหม มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า? ไม่มีค่าวางระบบตลอด 90 วันของ Pilot จนกว่าลูกค้าของคุณจะเซ็นสัญญาดีลแรกจากระบบ สิ่งที่คุณจ่ายคือค่าโฆษณาและเครื่องมือที่ตกลงกัน ซึ่งจ่ายตรงให้แพลตฟอร์มจากบัญชีของคุณเอง สิ่งที่ผมได้คือ Case Study ที่พิสูจน์ว่าระบบนี้ใช้ได้จริง
ถ้าครบ 90 วันแล้วยังไม่ได้ดีลล่ะ? ธุรกิจ B2B หลายแห่งปิดดีลนานกว่า 90 วัน เราจึงวัดผลจาก Qualified Lead ที่เพิ่มขึ้นเทียบกับก่อนเริ่ม แล้วสรุปร่วมกันว่าจะไปต่อแบบไหน ระหว่างทางคุณได้นิยามลูกค้าที่ใช่ ข้อมูลว่าช่องทางไหนได้คนตรงกลุ่ม และสิ่งที่ทีมขายเจอจริงไว้ใช้ต่อ
ทำไมต้องติดต่อ Lead กลับภายใน 48 ชั่วโมง? Lead ที่ไม่มีใครติดต่อกลับจะเย็นลงเร็วมาก ถ้าไม่ได้ติดต่อตามเวลา ผลที่ออกมาจะไม่ได้สะท้อนคุณภาพของระบบ เราจึงตกลงกันว่า Qualified Lead ที่ไม่ได้ติดต่อภายใน 48 ชั่วโมง จะไม่นับเป็นผลของระบบ นับแค่การติดต่อครั้งแรก ไม่ได้หมายถึงต้องปิดการขายให้ได้
ต่างจากการจ้างทำโฆษณายังไง? โฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ แต่งานของผมคือเชื่อมข้อมูลต่อไปถึงทีมขายและ Pipeline ทำงานร่วมกับทีมการตลาดหรือเอเจนซี่ที่คุณมีอยู่ได้ ไม่ได้มาแทนที่
เคยทำงานจริงมาไหม รับทำแค่เว็บหรือเปล่า? เคยครับ ผมทำ Landing Page ให้ The Gate และ C.P. Law & Biz ซึ่งเปิดดูได้จากส่วนงานจริงด้านบน แต่ใน Pilot ผมไม่ได้ทำแค่เว็บ Landing Page เป็นชิ้นหนึ่งของระบบที่ต่อไปถึงทีมขาย CRM และการวัดผล
ทำแค่ช่องทางเดียวก่อนได้ไหม? ได้ถ้าจำเป็น แต่ผลจะจำกัด เพราะปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่รอยต่อระหว่างขั้น ในนัดแรกผมจะบอกว่าจุดไหนคุ้มที่สุดที่จะเริ่ม
ต้องเปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้อยู่ไหม? ไม่จำเป็นครับ เริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ก่อน แล้วเชื่อมหรือเสริมเฉพาะจุดที่เป็นคอขวดจริง
มีทีมการตลาดอยู่แล้ว ทำงานร่วมกันได้ไหม? ได้ครับ ผมวางระบบและเกณฑ์วัดผลให้ทีมเดิมใช้ต่อได้ หรือหลังได้ดีลแรกจะให้ผมดูแลร่วมกันต่อก็ได้
การประเมิน 30 นาที ได้อะไร? เราทบทวน ICP แหล่งที่มาของ Lead การส่งต่อให้ทีมขาย และการวัดผลด้วยกัน คุณได้จุดที่อาจทำให้เสียโอกาสขายใหม่ 1 ถึง 3 จุด และรู้ว่าควรแก้อะไรก่อน ไม่ว่าจะทำงานกับผมต่อหรือไม่
30 นาที เพื่อดูว่าระบบหาลูกค้าใหม่ของคุณติดตรงไหน
เราจะทบทวน ICP แหล่งที่มาของ Lead การส่งต่อให้ทีมขาย และการวัดผล เพื่อดูว่าควรแก้อะไรก่อน
ถ้าธุรกิจคุณตรงกับ 3 ที่ของ Pilot ผมจะบอกในนัดนี้เลย
เหมาะกับธุรกิจที่มีทีมขาย และมีสินค้าหรือบริการที่ขายได้จริงแล้ว